[รวมเรื่องเล่าของทีมเนื้อเรื่องตอนที่ 5 – กลุ่มหน้ากากหัวเราะ]

วันที่ XX เดือนXX ปี 696 ปฏิทินสากล 

วันนี้ข้าฆ่าพี่สาวตัวเองตาย ข้าฆ่าคนตายในฐานะกลุ่มหน้ากากหัวเราะมามากมายจนนับไม่ถ้วน แต่สภาพจิตใจอันสั่นคลอนของข้าที่ได้ฆ่าพี่สาวตัวเองตายนั้น มันช่างน่ารังเกียจจนหาที่เปรียบไม่ได้ แถมยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่านางใช่พี่สาวแท้ๆ ของข้าหรือเปล่า เพียงแค่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มจับมีด นางจึงกลายเป็นคนที่ข้าเรียกว่าพี่สาว แต่พอได้มาอยู่ด้วยกัน นางก็กลายเป็นครอบครัวที่ทำให้ข้าสามารถอดทนกับชีวิตที่เหมือนนรก อดทนกับชีวิตแต่ละวันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความกลัวได้ ข้าได้ฆ่าผู้หญิงคนนั้นด้วยน้ำมือของตัวเอง เหตุผลเพียงอย่างเดียวคือข้าอยากจะหนีไปให้พ้นจากกลุ่มหน้ากากหัวเราะ

ข้าไม่อาจลืมสายตาของนางที่หันมาสบตาข้าในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตได้ สายตาที่เต็มไปด้วยความกลัว ความเศร้า และความตกใจที่เฝ้าถามว่าทำไมถึงต้องเป็นเจ้า… แต่ ณ เวลานั้น พี่กลับพูดขึ้นมาว่า ‘จงมีชีวิตอยู่ต่อไป’ นางบอกน้องชายแสนน่ารังเกียจที่ฆ่าครอบครัวตัวเองให้มีชีวิตอยู่ต่อไป นี่คงไม่ใช่คำสาปแช่งจากนางหรอกใช่ไหม หากวันนั้นข้าเลือกที่จะหนีไปกับพี่สาว หากข้ามีความกล้าหาญที่จะทำเช่นนั้น!

แต่มันก็สายเกินกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง ข้ารู้ดีว่าจุดจบของการหลบหนีมันเป็นยังไง ถึงแม้ว่าอาจจะต้องตาย แต่อย่างน้อยก็ได้เปิดโปงกลุ่มหน้ากากหัวเราะ แล้วทำลายพวกมันให้ย่อยยับ พวกที่คิดว่าแม้แต่ชีวิตของเพื่อนสหาย เป็นเหมือนเพียงแผ่นกระดาษ พวกที่ทำลายชีวิตข้ากับพี่สาวจนหมดสิ้น! ใช่แล้ว โศกนาฏกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะกลุ่มหน้ากากหัวเราะทั้งนั้น ถ้าไม่มีเจ้าพวกนั้น คงไม่มีวันที่ข้าจะต้องฆ่าพี่สาวด้วยน้ำมือของตัวเอง

กลิ่นคาวเลือดที่ลอยคละคลุ้งขึ้นมาจากฝ่ามือไม่มีทางล้างออกได้ และสิ่งที่ข้าได้เรียนรู้มีเพียงการลอบสังหารและการลักลอบเข้าไปตามที่ต่างๆ เท่านั้น ถ้างั้นข้าจะต้องใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ข้าเรียนรู้จากพวกนั้นมาให้มากที่สุด ขอให้ตกนรกหมกไหม้กันให้หมด วันนั้นที่ข้าล้างเลือดของพี่สาวด้วยเลือดของพวกมัน ข้าก็คงจะตายตาหลับได้ข้างกายพี่สาว

ร่างของพี่สาวถูกฝังไว้ใต้ต้นไม้แถวเขตชายแดนของ Orvelia ถึงการซ่อนศพไว้ไม่ให้ใครพบเจอได้ จะเป็นกฏขององค์กร แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสนใจ

วันที่ XX เดือนXX

ได้รับคำสั่งให้โยกย้ายฐานศูนย์ฝึกที่ 3 ในเมื่อพี่สาวเคยพยายามหลบหนีแล้ว ข้าก็คงต้องอยู่เงียบๆ ตามคำสั่งสักพัก จึงจะสามารถรอดพ้นจากสายตาที่คอยสอดส่องอยู่ได้ แต่สั่งให้ฆ่าสมาชิกของศูนย์ฝึกยกเว้น 5 คนนี่มัน… ให้ตายเถอะ ข้าเป็นแบบนี้ตั้งแต่อดีตแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่ต้องสู้กับเด็ก แทนที่จะใช้ชีวิตอยู่ในนรกแบบนี้ ตายไปเลยซะยังดีกว่า

แต่ข้ายังตายไม่ได้ เพราะข้าต้องแก้แค้นกลุ่มหน้ากากหัวเราะให้ได้ซะก่อน ข้าพร้อมที่จะเปื้อนเลือดในมือของข้าอีกแล้ว เพราะฉะนั้น… (มีรอยขีดปากกาเอาไว้เละเทะ)

วันที่ XX เดือนXX

ดูเหมือนพวกสมาชิกกลุ่มมันพบกับหมู่บ้านของพวกครึ่งเอลฟ์ และกำลังไล่ล่าพวกนั้นอยู่ เด็กทั้งหมด 5 คนถูกส่งไปยังศูนย์ฝึกที่ 5 เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในที่แห่งนี้ที่จะล่าพวกครึ่งเอล์ฟที่ถูกแยกจากผู้คนและบ้านที่ไกลออกจากหมู่บ้าน ตัวข้ากับพี่สาวเองก็เคยเป็นเหยื่อที่ได้จาก ‘การล่า’ ด้วยวิธีแบบนั้น ไม่มีใครอาสาอยากเป็นฆาตกรหรอก พวกมันจะฆ่าพวกที่ประท้วง ขัดขืนหรือสงสัยเรื่องถิ่นกำเนิด เป็นกลุ่มของพวกที่ต้องสงบเงียบทั้งๆ ที่รู้และชอบสร้างโศกนาฏกรรมเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และกลุ่มนั้นก็คือกลุ่มหน้ากากหัวเราะในปัจจุบัน

วันที่ XX เดือนXX

ได้ยินมาว่ามีโกดังลับที่มีแค่ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มหน้ากากหัวเราะเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้ ว่ากันว่าเป็นสถานที่เก็บพวกหนังสือเทคนิคการลอบสังหารหรือพวกอาวุธ แต่ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอน ข้าต้องหาวิธีเข้าไปในนั้นให้ได้

วันที่ XX เดือนXX

จากที่ได้แอบฟังการประชุมของพวกผู้บริหารมา ข้าได้ข้อมูลเรื่องการมอบหมายให้ลอบสังหารชนชั้นสูงของ Orvelia มา แต่ดูเหมือนว่าคนวงในจะถ่ายทอดข้อมูลได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงเกิดการติดขัดบางอย่าง ถ้าเป็นคนวงในของปราสาทจริง ก็น่าจะเป็นหัวหน้าองครักษ์หลวงแน่นอน ข้าเคยแอบนัดพบกับเขาสมัยที่ปฏิบัติภารกิจกับพี่สาว จำได้ว่าเขาชื่อ Brian เหมือนจะพูดเรื่องอื่นกันต่ออีก แต่ข้าไม่ค่อยได้ยิน ถ้าจะขัดขวางแผนการของพวกมัน ก็คงจะต้องใช้ที่คนที่ชื่อ Brian นั่นแหละ แต่ตอนนี้ต้องจัดการเรื่องอื่นก่อน

วันที่ XX เดือนXX

เรื่องมันเริ่มยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ ข้าไม่รู้ว่าหัวหน้ามีลางสังหรณ์อะไร หรือคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงมอบหมายให้ข้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม Tanya, ครึ่งเอลฟ์อายุ 12 ปี Roi, มนุษย์อายุ 14 ปี Pat, สัตว์พันธุ์ผสมอายุ 14 ปี แถมสมาชิกที่ให้ข้าดูแลก็เยอะมาก Pat กับ Tanya ดูเหมือนจะยังปรับตัวได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนจะมีแค่ Roi ที่ดูใช้ได้ ข้าเลยคิดว่าจะเลี้ยงดูเจ้าคนนี้ให้มันโตเร็วๆ แล้วโยนหน้าที่หัวหน้าน่าจะดีกว่า รู้สึกเหมือนเคยบอกว่าฆ่าคนตายครั้งแรกตอนอายุได้แค่ 11 ขวบ ถ้าได้ดี ข้าก็จะโยนหน้าที่ให้เขาไป ส่วนตัวข้าจะได้มุ่งไปที่การขุดคุ้ยเบื้องหลังขององค์กรเพียงอย่างเดียว

เฮ้อ นี่ข้าคิดจะโยนบาปให้เด็กพวกนั้น เพื่อทำลายองค์กรนี้ให้มันพังพินาศอยู่หรอเนี่ย ข้าคงเป็นคนน่าสมเพชที่จิตใจอำมหิตไปแล้วจริงๆ ข้ารู้สึกขยะแขยงตัวเองเหลือเกิน

วันที่ XX เดือนXX

ในที่สุดข้าก็แอบเข้ามาในโกดังลับได้สำเร็จ! หลังจากตรวจค้นพวกตำราทักษะการลอบสังหารและอาวุธต่างๆ ดู ข้าก็ได้เจอกับเอกสารหลายแผ่นที่ถูกประทับด้วยตราโบราณ แต่เพราะมันถูกเขียนด้วยตัวอักษรโบราณ ข้าจึงไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาได้

วันที่ XX เดือนXX

ข้าได้รับมอบหมายงานเพียงในนามโดยให้พวกสมาชิกไปปฏิบัติหน้าที่จริง เพื่อลักลอบเข้าไปในหอสมุดหลวง Tanya ยังไม่ชำนาญกับการลักลอบเข้าไปนัก ข้าเลยกังวลอยู่

วันที่ XX เดือนXX

ภารกิจสำเร็จ แอบลักขโมยหนังสือที่น่าจะต้องใช้ในการถอดความเอกสารมาหลายเล่มได้สำเร็จ Pat กลัวจนอกสั่นขวัญหาย แต่ Roi ได้กำจัดคนที่พยายามเข้ามาล้วงความลับได้สำเร็จ ภาพตอนที่หัวของคู่ต่อสู้ปลิวลอยไปอย่างไร้ความปรานีนี่มันช่าง… (เหมือนเป็นร่องรอยการหยุดเขียนไปพักใหญ่) อายุแค่ 14 ปี แต่ชินกับการฆ่าคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ ถึงจะเจอกับเขาได้แค่ไม่กี่วัน แต่… เดี๋ยว นี่ข้าคิดอะไรอยู่ ข้าควรสนใจเฉพาะเรื่องถอดความเอกสารก่อน

วันที่ XX เดือนXX

ผลจากการถอดความเอกสาร สุดท้ายก็คือจดหมายธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่รหัสลับ ก็แค่เขียนด้วยภาษาที่เคยใช้เมื่อสัก 100 ปีก่อน ก็เลยอ่านไม่ออกแค่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกตัวอักษรที่เลือนรางไปเพราะเอกสารเก่ามากแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าเอกสารราชการฉบับนี้เป็นการออกคำสั่งจากผู้ที่ชื่อว่า Malduk นอกนั้นที่พอจะจับใจความได้ก็มีแค่ ‘ถึง ราชินี Morgana’, ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าชาย Kyle’, ‘การทำลายล้างสาธารณรัฐ Gray’, ‘สัญญาระหว่างปีศาจดึกดำบรรพ์’, ‘จงตามหาดาบศักดิ์สิทธิ์’ นอกจากการลอบสังหารแล้ว เจ้าพวกนี้มันทำเรื่องอะไรกันแน่ ข้าคิดจนปวดหัว

วันที่ XX เดือนXX

ระหว่างที่ลุกจากที่แล้วกลับมา ข้าเห็น Roi, Tanya และ Pat กำลังรวมกลุ่มกันอยู่ พวกนั้นกำลังคุยกันเรื่องธรรมดาทั่วไปเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ แม้กระทั่ง Roi รู้สึกแปลกจัง ทั้งๆ ที่เป็นพวกที่ข้าได้รับภารกิจอย่างไม่เต็มใจแท้ๆ

วันที่ XX เดือนXX

ข้าได้รับเอกสารจำนวนมากซึ่งเป็นเอกสารรายชื่อภารกิจลอบสังหารระหว่างชนชั้นสูงและราชวงศ์ของ Orvelia และพวกชนชั้นสูงของ Vespia และผู้จ้างภารกิจนั้น แต่แค่นี้ยังไม่พอ ยังต้องจับคดีเรื่องอื่นๆ อีกที่จะสามารถทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวเอง ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักร Orvelia หรือจักรวรรดิ

วันที่ XX เดือนXX

ข้าได้รับรายงานว่าระหว่างทำภารกิจลักลอบเข้าไป Tanya โดนไล่ตามเพราะถูกจับได้ แต่ Roi ได้เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน และฆ่าทุกคนรวมถึงพยานผู้เห็นเหตุการณ์ตายหมด ส่วน Pat ดูเหมือนจะเผ่นแน่บไปตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี ข้าก็เลยปล่อยผ่านไป

วันที่ XX เดือนXX

ข้าได้ข่าวว่า Brian รับเด็กมาจากบ้านเด็กกำพร้า แล้วสอนวิชาดาบให้ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำเรื่องเสี่ยงแบบนั้น ในเมื่อเขาเคยทำงานเป็นสายลับของกลุ่มหน้ากากหัวเราะ และแน่นอนว่าพวกมันไปยอมปล่อยเขาไปแน่

(เผลอทำปากกาหล่น จนเป็นรอยน้ำหมึกแตกกระเซ็น)

(เขียนต่อด้วยลายมือแบบสั่นๆ) เหมือนว่าสมาชิกกลุ่มคนหนึ่งกำลังจ้องเขม็งมาที่ข้า มีเสียงดังเกิดขึ้นจนข้าต้องออกไปดู ข้าเห็น Roi กำลังยืนอยู่ข้างศพที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้านิ่งเฉยของคนที่เก็บดาบเปื้อนเลือด แล้วบอกกับข้าว่า ‘ขอโทษด้วยครับที่จัดการได้ไม่เรียบร้อย’ นั้นเหมือนหน้ากากของฆาตกร หรือเขารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่ แล้วสมาชิกคนอื่นๆ ล่ะรู้ไหม หรือว่าข้าจะต้องจัดการเจ้านี่ก่อนดี แต่เจ้านั่นโค้งคำนับข้าเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็เดินออกไป แล้วถ้าข้าเปิดเผยทุกอย่างให้เจ้านั่นรู้ แล้วร่วมมือกันล่ะจะดีกว่าไหม… ฝีมือระดับ Roi ต่อให้เป็นพวกผู้บริหารเขาก็สามารถฆ่าได้แน่นอน แต่ว่า… ข้ากำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่ ทำไมตอนที่ Roi หันหลังให้ ข้าถึงไม่ยอมกำจัดเขา

พี่ครับ ผมต้องทำยังไงดีครับ

วันที่ XX เดือนXX ปี 697 ปฏิทินสากล

Pat ตายแล้ว ข้ารู้มานานแล้วว่า Pat ไม่ชอบการฆ่าคน และอยากหนีออกจากกลุ่มหน้ากากหัวเราะ ข้าเข้าใจความรู้สึกของเด็กคนนั้นที่หนีไปโดยไม่บอกไม่กล่าวดีว่ามันเป็นยังไง อย่างมากสุดเดี๋ยวก็น่าจะได้รับข้อมูลแจ้งมา ถึงไม่ได้อยู่กับที่ แต่ Tanya จะไม่มีทางฆ่าเด็กคนนั้นแน่ ถึงน้ำเสียงของเด็กคนนั้นเมื่อรายงานจะสั่นเครือ แต่ข้าก็ไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านี้ เพราะข้าเองก็เป็นคนที่ฆ่าพี่สาวตัวเองเหมือนกัน คนที่สามารถหวนกลับไปนึกถึงช่วงชีวิตหลังจากที่ฆ่าพี่สาวตาย

ความคิดที่บอกว่าข้าอาจจะช่วยชีวิตพี่ได้ มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

วันที่ XX เดือนXX

ผู้บังคับบัญชาได้เรียกข้าและพวกสมาชิกกลุ่มด้วยตัวเอง แล้วมอบไคธาซิสให้กับ Tanya มอบมีดสั้นรีดีลกับฮู้ดของ Soma ให้กับ Roi ตลอดเวลาที่ได้ยินว่าข้าได้บ่มเพาะสมาชิกกลุ่มได้ยอดเยี่ยม ข้ารู้สึกเหมือนกับใต้ฝ่าเท้ากำลังยุบตัวลงไป ข้าได้บ่มเพาะคนที่สามารถฆ่าคนเก่งงั้นเหรอ นี่ข้าได้รับคำชมจากการสร้างมนุษย์ที่ฆ่าแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานอย่างไร้เมตตางั้นเหรอ อยากจะบีบคอตัวเองจริงๆ เป็นความผิดพลาดที่ข้าเอาแต่ดิ้นรนสืบหาข้อมูลขององค์กรนี้ แม้ว่าตัวเองจะเป็นแค่คนระดับล่างขององค์กรที่ยิ่งใหญ่และมืดมนนี้ก็ตาม ข้าควรหนีไปตั้งนานแล้วตายเหมือนพี่สาวหรือไม่ก็ควรตายตรงนั้นเลย

แต่ว่า… แต่ว่า… ตอนนี้ข้ามี Roi กับ Tanya แล้ว ข้าจะทิ้งเด็กพวกนั้นไว้แบบนี้ไม่ได้ ข้าอยากจะพาพวกเขาออกจากที่นี่ ก่อนที่เด็กๆ ที่ยังไม่ทันโตเป็นผู้ใหญ่จะต้องใส่หน้ากากจนสูญเสียใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองไป ถึงข้าจะช่วยชีวิตพี่สาวไม่ได้ แต่อย่างน้อยข้าก็ควรจะช่วยเด็กพวกนั้น… ความปรารถนาของข้ามันมากเกินไปหรือ

ข้าเจ็บปวด เจ็บปวดเหลือเกิน

วันที่ XX เดือนXX

ในที่สุดก็ดูเหมือนเจ้าพวกนั้นจะเริ่มเคลื่อนไหว ข้าได้ยินมาว่าเด็กผู้ชายที่ Brian พามา มีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ Orvelia ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นลูกของใคร หรือเป็นข้อมูลที่สืบรู้มาได้ยังไง แต่ถ้า Brian ที่เป็นผู้คุ้มกันของเด็กชายคนนั้นถูกฆ่าตาย เรื่องก็คงจะไม่ถูกแพร่งพรายถึงแม้ตัวเองจะเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์หลวงก็ตาม

ส่วนผู้จ้างวานนั้นชัดเจนมาก คือพวกชนชั้นสูงที่อยากจะลบล้างเชื้อสายราชวงศ์ให้ไม่หลงเหลือตระกูล แตกต่างจากพวกที่ต้องการแต่งตั้งราชาหุ่นเชิดขึ้นมา แล้วเสพสุขกับอำนาจไปตลอดชีวิต เพราะพวกนั้นมี ‘ราชา’ ที่อยากจะเชิญมานั่งบัลลังก์อยู่แล้ว ข้าเองก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจแล้ว มีเวลาเหลืออีกไม่มาก

วันที่ XX เดือนXX

ข้าขอนัดพบกับหัวหน้าองครักษ์หลวง Brian อย่างลับๆ ข้าตัดสินใจที่จะส่งต่อข้อมูลที่ข้ารวบรวมมาได้จนถึงตอนนี้ และขอร้องให้เขาช่วยคุ้มกัน Roi กับ Tanya Brian เองก็ยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเด็กชายคนนั้น หากข้าบอกเขาไปว่าเด็กคนนั้นเป็นเชื้อสายราชวงศ์ แล้วให้เขาช่วยส่งต่อข้อมูลนี้ไปยังผู้ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ได้… ไม่ว่าจะเป็นยังไง อย่างน้อยก็ได้ทำลายภารกิจของกลุ่มหน้ากากหัวเราะ แล้วการแก้แค้นก็น่าจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ไม่สิ ตอนนี้ข้าไม่สนเรื่องแก้แค้นแล้ว ถ้า Roi กับ Tanya หนีพ้นจากดงฆาตกรนี้ไปได้ ไม่ว่าข้าจะเป็นยังไง ข้าก็ยอม

──────────────────────────────────────────────────────────────────────────────────────────

ชายคนนั้นวางปากกาไม่ลง เลือดสีแดงฉานเลอะเต็มหน้าสมุดบันทึก ดวงตาแดงก่ำมองลงต่ำอย่างสิ้นหวัง เขาคุ้นเคยกับคมดาบที่แทงทะลุท้องจนมีเลือดสีแดงไหลออกมา

 “Brian จะตายครับ”

น้ำเสียงที่ชายคนนั้นรู้จักดี น้ำเสียงของเด็กชายที่ยังไม่แตกหนุ่มที่ทั้งนิ่งและสงบ ชายหนุ่มพยายามหันไปมอง เหมือนมีกลุ่มก้อนสีแสดบางอย่างกำลังสั่นไหวอยู่ มีใครบางคนยืนอยู่ด้านหลัง แต่สายตาพร่ามัวนั้นกลับมองเห็นเป็นแค่เงารางๆ ของมนุษย์

“ขอบคุณที่ทำงานหนักมาตลอด นี่คือข้อความสุดท้ายจากหัวหน้ากลุ่ม”

แล้วดวงตาของชายหนุ่มก็พลิก ทันทีที่เด็กชายดึงดาบออกมา ร่างที่สูญเสียเรี่ยวแรงก็ล้มหัวทิ่มลงกับพื้น เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังกัดฟันแน่นพร้อมกับก้มหน้าลง

“อย่างน้อยเรา… ถามเหตุผลจากเขาได้หนิ…”

“ข้าไม่ได้รับคำสั่งเช่นนั้น”

“Roi เจ้าทำแบบนั้นตลอด! แม้กระทั่งกับ Pat รวมถึงหัวหน้าด้วย!”

“พอได้แล้ว”

Roi พูดขัดจังหวะอย่างรุนแรง สายตาคุกคามนั้นทำให้เด็กผู้หญิงสะดุ้ง แล้วถอยไปด้านหลัง

“ในรายงาน ระบุว่าเจ้าเป็นคนฆ่าเขานะ Tanya ระวังคำพูดด้วย”

“แล้วนั่น… หมายความว่าอะไรหล่ะ”

“ก็หมายความว่าเจ้าได้ทำหน้าที่คนเก็บกวาดเสร็จแล้วยังไงล่ะ มันเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเจ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ที่นี่ต่อ”

เด็กชายเหลือบมองสมุดบันทึกที่ชายหนุ่มเขียนไว้ ถึงเขาอยากจะอ่าน แต่ชายคนนั้นเป็นคนทรยศขององค์กร ถ้าเขาแตะต้องมันแบบไม่คิด ทั้งตัวเองและ Tanya ก็อาจจะต้องพบกับหายนะได้ สุดท้ายแล้วเขาจึงตัดสินใจไม่อ่านและเผามันทิ้ง ตอนนี้เขาต้องปกป้องตัวเองก่อน รวมทั้งปกป้อง Tanya เด็กผู้หญิงที่กำลังตัวสั่นไร้คำพูด

“ไปกันเถอะ เราต้องรีบไปรายงานให้หัวหน้ากลุ่มทราบ”

Roi เฝ้ามองสมุดบันทึกที่ติดไฟจนกลายขี้เถ้า จากนั้นก็หันหลังกลับไป และมีอีกฝีเท้าเดินตามหลังเขาไปอย่างช้าๆ

Comment