[โน๊ตของ GM] เบื้องหลังการพัฒนา‘กบฏ Clause’ อัศวินผู้ทิ้งโล่

────────────────────────────── 

Part 1. การจัดทำ

“Clause สวมเสื้อที่เรียกว่ากบฏคนใหม่ของเทพธิดา”
“…ใช่แล้ว Clause… เขาก็คือ… กบฏคนใหม่ของเทพธิดา”
เป็นบทพูดในแชปเตอร์ 10 ที่ Hilda พูดกับ Clause ที่ได้รับพลังใหม่ครับ
ตัวละครในแชปเตอร์ 10 Rebellion ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากภาพเดิมมากที่สุดก็คือ Clause นั่นเองครับ เนื้อเรื่องของแชปเตอร์ 10 เริ่มจากการวางแผนเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของ Clause ครับ

“แบบร่างคอนเซปต์: การตำหนิตัวเอง, การโกหก, การเยาะเย้ย และเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว”
ในตอนแรกที่วางคอนเซปต์ของกบฏ Clause สิ่งที่ทางเราโฟกัสมากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกที่หยาบกร้าน มืดมน และหนักหน่วงจากความตั้งใจของ Clause ที่ทุ่มทั้งชีวิตเพื่อความเชื่อ แต่ว่าก็ยังอยากหลงเหลือธรรมชาติเดิมของ Clause ไว้ครับ จะเทียบว่าความตั้งใจนั้นก็เหมือนความไม่สมเหตุสมผลของกาแฟดำเย็นที่อุ่นประมาณนั้นก็ได้ครับ โชคดีที่ฝ่ายอาร์ตสามารถคงคอนเซปต์นี้ไว้ได้โดยคงความแข็งแกร่งและความดูดีผสมผสานไว้ และสร้างเป็นกบฏ Clause ในปัจจุบันครับ
ในตอนแรกที่ Clause ปรากฏตัวในแชปเตอร์ 10 นั้นเป็นสภาพที่ได้รับบาดแผลทั้งทางกายและทางใจจากดาร์คลอร์ด Kasel และ Frey ผู้สูญสิ้นแล้วครับ และนอกจากนั้น ท่าทางของ Kasel และ Frey ที่เคยเชื่อใจแสดงออกนั้นก็ทำให้ตัวเองสงสัยในสายตาและหูของตัวเองครับ แต่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือการตำหนิตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนที่มีค่าทั้งสองไว้ได้ครับ
ภาพลักษณ์ของ Clause ในแชปเตอร์ 10 ช่วงแรกจึงเป็นการไปยังอาณาจักรสิ่งประดิษฐ์เวทโบราณด้วยจิตใจที่ไร้ความลังเล และมุ่งมั่นที่จะจัดการเทพธิดาด้วยชีวิตเพื่อทำให้ทั้งสองคนนั้นกลับมานั่นเองครับ เขาได้เปลี่ยนไปเป็นคนที่ดูเยือกเย็นและไม่มีความลังเลใดๆ แตกต่างจากภาพลักษณ์เดิมที่เป็นเหมือนพี่ชายข้างบ้านที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวัง อย่างเช่นตอนที่เจอกับหน่วยสุนัขล่าเนื้อ เขาก็ได้วางมีดไว้ที่คอเพื่อที่จะเอาชีวิตของ Crow โดยไม่ลังเลใดๆ Clause ได้เจอกับคนมากมายในที่นั่น และก็ได้เติบโตขึ้นอีกขั้นจากพวกเขาเช่นกันครับ และในตอนที่ตระหนักได้ถึงความเชื่อที่สำคัญที่สุดของตัวเอง เขาก็ได้รับพลังของ Galicta จากการเอาชีวิตเป็นประกัน และถูกเรียกว่ากบฏคนใหม่ของเทพธิดาครับ

“เรื่องราวของ Clause ในอนาคต จะเป็นเรื่องราวที่ Kasel และ Frey สร้างขึ้น”
ในวิดีโอสัมภาษณ์ผู้พัฒนาได้พูดไว้ว่า ‘ในการเปลี่ยนแปลงของ Kasel, Frey และ Clause ยังมีเรื่องราวอื่นที่เชื่อมโยงทั้งสามอยู่’ นั่นก็คือ ‘เพื่อใครอีกคน’ นั่นเองครับ Kasel ทำเพื่อทุกคน Frey ทำเพื่อ Kasel และ Clause ทำเพื่อทั้งสอง เปลี่ยนแปลงด้วยการเดินพันด้วยความเชื่อและชีวิตของตัวเอง และนั่นคือเรื่องรางของแชปเตอร์ 10 ครับ ฝากติดตามกบฏ Clause ในเรื่องราวของดันเจี้ยนวีรบุรุษด้วยนะครับ

Part 2. งานอาร์ต
“คีย์เวิร์ดการออกแบบของกบฏ Clause: ความมืด และ ความเลือดเย็น”
หลังจากได้รับคอนเซปต์ของกบฏ Clause และเนื้อเรื่องย่อๆ ก็ได้เริ่มแบบร่างแรกจากคีย์เวิร์ดความมืดและเลือดเย็นครับ และก็ได้ใส่ความเป็นเครื่องจักรลงไปเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ของอาณาจักรสิ่งประดิษฐ์เวทด้วยครับ 

ตั้งแต่แบบร่างแรกได้วางให้เสื้อเกราะดูมืดที่สุดครับ ตอนนี้ต่างจากปัจจุบันตรงที่สไตล์ทรงผมของ Clause ยังมีความยุ่งเหยิงแบบเดิมหลงเหลืออยู่ครับ 

และนี่คือแบบร่างที่สองครับ สิ่งที่เตะตาที่สุดก็คงจะเป็นการเปลี่ยนสีผมเป็นสีดำนั่นเองครับ เพราะว่าเป็นภาพลักษณ์ของ Clause หลังจากวิวัฒนาการด้วย จึงคิดว่าสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างชัดเจน เลยเลือกเปลี่ยนเป็นผมสีดำครับ หลังจากที่ฝ่ายจัดทำเห็นแบบร่างนี้ก็บอกว่า ‘เห็นความแตกต่างจาก Clause คนเดิมอย่างชัดเจน’ และถูกใจกับแบบร่างนี้ครับ 

และก็เสื้อเกราะก็แตกต่างจากแบบร่างแรกเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์เลือดเย็น จึงเลือกเป็นสีที่มืดและฟ้าๆ ครับ ในการออกแบบรายละเอียดของเสื้อเกราะก็ได้เอาความรู้สึกเครื่องจักรออก และได้พยายามนำเสนอความรู้สึกของความเฉียบคม + ความเลวร้าย + ความมืดครับ 😀

จากนั้นก็ได้เริ่มงานต่อจากแบบร่างที่สองครับ โดยรวมแล้วเมื่อเทียบกับแบบร่างอันแรก แบบร่างนี้ดูเบากว่าและคล่องแคล่วกว่าเลยดูเหมาะกับอาชีพนักรบมากกว่าครับ หลังจากนั้นก็ได้ลงรายละเอียดของเสื้อเกราะและเครื่องประดับอื่นๆ อย่างบรรจงและสร้างภาพต้นแบบของกบฏ Clause อย่างด้านล่างนี้ครับ 

“ภาพประกอบของกบฏ Clause” 

สำหรับภาพประกอบของกบฏ Clause นั้น ทางเราอยากใช้ความรู้สึกมืดมนเป็นฐานและให้ความรู้สึกนิ่งๆ และในขณะเดียวกันก็อยากให้เป็นภาพประกอบที่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามด้วยครับ

ทางเราได้ทำแบบร่างหลายแบบเพื่อให้ตรงกับคอนเซปต์นี้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ แบบร่างที่สามและที่สี่เหมาะกับฟีลความมืดและความนิ่ง แต่ว่าขาดความน่าเกรงขามไป จึงลังเลระหว่างแบบร่างที่หนึ่งและที่สองครับ ในระหว่างการประชุมได้มีความเห็นว่าโพสของแบบร่างที่สองมีความรู้สึกของ Clause เดิมอยู่ และทีมจัดทำก็บอกว่าค่อนข้างกำกวมในการแยกกับ Clause แบบเดิม สุดท้ายเลยเลือกแบบร่างที่หนึ่งเป็นภาพประกอบครับ มีคนบอกว่าแบบร่างแรกให้ความรู้สึกน่าเกรงขามที่สุดด้วยครับ
น่าเสียดายที่ระหว่างเขียนบทความนี้ ภาพประกอบสุดท้ายนี้กำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำ เลยน่าจะได้รับชมในแพทช์โน๊ตหรือโน๊ตของ GM ครับ!

“แบบจำลอง 3D ของกบฏ Clause”
เพราะว่าเป็นเบื้องหลังการพัฒนาเลยสามารถเล่าได้ ความจริงแล้วชื่อแรกของกบฏ Clause คือ Clause ‘ผู้เลือดเย็น’ ครับ เพื่อเป็นการแสดงถึงความเลือดเย็นที่ตรงข้ามกับ Clause คนเดิมอย่างสิ้นเชิงนั่นเองครับ ทางเราคิดว่าสิ่งที่แตกต่างกับ Clause คนเดิมมากที่สุดคือใบหน้าครับ

รูปร่างใบหน้าเกือบจะเหมือนกับ Clause คนเดิม แต่ว่าในใบหน้าที่ยังคงใบหน้าเดิมนั้นก็มีส่วนที่แสดงความแตกต่างที่ตรงข้ามอยู่ครับ เพื่อที่จะเน้นภาพลักษณ์ของความเลือดเย็นจากลุคเดิมที่สดใสและวัยเยาว์ เลยได้สร้างความแตกต่างโดยการวาดสายตาอันเย็นชา ริมฝีปากและคิ้วที่นิ่งๆ บนใบหน้าผิวขาวครับ โดยรวมทำให้มุมปากต่ำลงมา และลดช่องว่างระหว่างตาและคิ้วเพื่อเพิ่มความเฉียบคมครับ 

และสีหน้าก็มีความแตกต่างจาก Clause คนเดิมอยู่มากเช่นกันครับ

Clause คนเดิม จะมีตาดำที่เห็นเด่นชัด เต็มสัดส่วนทั้งหมดของดวงตา แต่กบฏ Clause จะมีขนาดของตาดำที่เล็กกว่า ทำให้มองเห็นส่วนที่เป็นตาขาวได้มากกว่าครับ โดยรูปแบบตานี้ทำให้รู้สึกถึงความเลือดเย็นมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมากครับ และก็ Clause คนเดิมมีสีหน้าที่ชัดเจนและหลากหลาย แต่ว่ากบฏ Clause นั้นนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงสีหน้าที่น้อยแล้ว ทางเรายังทำให้รอยยิ้มออกมาในเชิงเยาะเย้ยอีกด้วยครับ 

Clause เป็นตัวละครยุคแรกของ King’s Raid ครับ ซึ่งในช่วงโมเดลลิ่งตัวละครช่วงนั้นจะมีช่วงแขนที่ยาวกว่าเมื่อเทียบกับช่วงหลังนี้ และ Clause ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ เพราะว่ารูปร่างพื้นฐานจะต้องตรงกับโมเดลลิ่งเดิมของ Clause ทำให้ต้องโคเวอร์แขนที่ดูยาว ทางเราจึงใส่ใจกับโครงร่างโดยรวมเป็นอย่างมากครับ และสำหรับทรงผมนั้นก็เป็นผมดัด เมื่อเทียบกับตัวละครเดิมตัวอื่นๆ เลยทำให้ต้องใส่ใจกับการรักษาทรงผมเวลาออกแบบในแต่ละมุมด้วยครับ 

“แอนิเมชั่นของกบฏ Clause (โมชั่น)”
กบฏ Clause มีความแตกต่างจาก Clause คนเดิมอย่างมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้โล่อีกต่อไปครับ การไม่ถือโล่นั้น ทำให้ในการทำแอนิเมชั่นมีความแตกต่างจากอันเดิมมาก จึงเหมือนกับการออกแบบของตัวละครใหม่เลยล่ะครับ ในการทำแอนิเมชั่นของกบฏ Clause มีปัญหาที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น นั่นก็คือมีคอนเซปต์ทับกับของดาร์คลอร์ด Kasel ครับ เพราะว่าความคล้ายคลึงในบรรยากาศมืดมน การใช้แต่มีดเล่มใหญ่ และการใส่เสื้อคลุม อาจทำให้รู้สึกเหมือนกันได้ เลยคิดอย่างหนักเพื่อสร้างจุดที่แตกต่างครับ 
โดยคอนเซปต์ของดาร์คลอร์ด Kasel คือการโจมตีที่รวบรัดและมีความเสียหายสูง ส่วนคอนเซปต์ของกบฏ Clause คือการโจมตีที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงครับ เราพยายามสร้างความแตกต่างโดยให้โมชั่นเป็นการหมุนเป็นวงและทำให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

ต้นกำเนิดพลังของกบฏ Clause คือ Galicta อาวุธที่ถืออยู่นั่นเองครับ ลักษณะเฉพาะของ Galicta คือการใช้พลังจากแรงโน้มถ่วง แต่เนื่องจากแรงโน้มถ่วงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงทำให้การออกแบบยากมากครับ ได้มีการปรึกษาหารือกับฝ่ายจัดทำและฝ่ายเอฟเฟกต์เรื่องการแสดงถึงแรงโน้มถ่วงอย่างมากเลยครับ และก็ได้ข้อสรุปสำหรับโมชั่นการโจมตีของกบฏ Clause ตามนี้ครับ สกิลที่ 1 เป็นการกระโดดโดยไม่สนใจกฏของฟิสิกส์ สกิลที่ 2 เป็นรูปร่างโดยรอบตอนรวมพลัง และสกิลที่ 3 เป็นการบดขยี้ศัตรูด้วยแรงโน้มถ่วงครับ 

และก็อยากจะขอเล่าถึงรายละเอียดคัตซีนการได้รับกบฏ Clause ด้วยครับ
ในส่วนของคัตซีนการได้รับได้เน้นไปยังอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อดาร์คลอร์ด Kasel และ Frey ผู้สูญสิ้นครับ ในตอนแรกได้คิดว่าจะออกแบบเน้นแอคชั่นให้ถือดาบและวิวัฒนาการคล้ายๆ กับฮีโร่ตัวอื่นๆ แต่ว่าเนื่องจากมีความซ้อนทับกับฮีโร่เดิมตัวอื่นๆ และในวิดีโอ PV ที่เปิดตัวไปก็แสดงถึงจุดนี้ไว้ชัดเจนแล้ว เลยตัดสินใจเน้นไปที่อารมณ์ความรู้สึกครับ

ความเจ็บปวดของ Clause ที่ไม่สามารถช่วยน้องทั้งสองได้ หัวใจที่โศกเศร้าที่วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ทั้งสองได้ ความโกรธที่มีต่อตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อเห็นทั้งสองเปลี่ยนแปลงและจากไปต่อหน้าต่อตา ทางเราอยากที่จะแสดงถึงความเชื่อและความมุ่งมั่น ความเจ็บปวด และความเหงาของ Clause ที่ถือดาบและบอกว่าไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็จะช่วยเหลือทั้งสองไว้ให้ได้ครับ ถึงแม้ว่าการใส่ความรู้สึกที่หลากหลายภายในระยะเวลาอันสั้นจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่าคนรอบข้างต่างให้ฟีดแบคที่ดี ทำให้มีแรงในการทำงานมากเลยล่ะครับ 

“เอฟเฟกต์ของกบฏ Clause: แรงโน้มถ่วง”
กบฏ Clause ใช้ดาบที่มีพลังของแรงโน้มถ่วง จึงสร้างเอฟเฟกต์ออกมาแตกต่างจากของสกิลดาบทั่วไปครับ โดยใส่ใจในสกิล 3 ซึ่งเป็นสกิลที่แสดงถึงแรงโน้มถ่วงอย่างชัดเจนเป็นพิเศษครับ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าแรงโน้มถ่วงเป็นอะไรที่มองไม่เห็น ทำให้ต้องคิดอย่างหนักว่าจะทำออกมาอย่างไรให้แสดงได้อย่างชัดเจน เพราะว่าถ้าเอฟเฟกต์อ่อนไปก็จะดูไม่มีอะไร แต่ถ้าแข็งแกร่งไปก็จะดูเว่อร์และไม่เหมาะสมครับ ภาพของคำว่าแรงโน้มถ่วงค่อนข้างมีจำกัด ทำให้การจับคอนเซปต์เป็นเรื่องที่ยาก แต่ว่าหลังจากปรึกษากับหลายๆ ท่านก็ได้สร้างออกมาสำเร็จครับ

ภาพลักษณ์ของ Clause ที่วิวัฒนาการแล้วมีความรู้สึกถึงความมืดอยู่ก็จริง แต่เนื่องจากไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นความมืด ในเอฟเฟกต์จึงพยายามหลีกเลี่ยงสีดำให้มากที่สุดครับ โดยเราได้พยายามรักษาสีโทนฟ้าม่วงในเสื้อเกราะและอาวุธ และความรู้สึกเย็นชาไว้ในเอฟเฟกต์ให้ได้มากที่สุดครับ และก็ได้เพิ่มคอนเซปต์ของการใช้แรงโน้มถ่วงโดยการใส่เอฟเฟกต์ลมหรือก้อนหินที่ลอยขึ้นมาในโทนสีสว่าง ทำให้แยกความแตกต่างกับการใช้ดาบของตัวละครอื่นๆ ด้วยครับ 

“อาวุธของกบฏ Clause: Galicta ผู้เผชิญหน้ากับเทพธิดา”
‘Galicta ผู้เผชิญหน้ากับเทพธิดา’ ที่เป็นอาวุธของกบฏ Clause นั้นเป็นดาบที่ Siegfried เคยใช้และเป็นดาบที่มีพลังที่เทพธิดากลัวอยู่ด้วยครับ และอีกหนึ่งเอกลักษณ์พิเศษของ Galicta คือจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายนอกตามเจ้าของครับ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ Galicta ที่ Siegfried ใช้ และ Galicta ที่ Clause ใช้แตกต่างกันนั่นเองครับ

การออกแบบของ Galicta ก็มีคอนเซปต์ของความมืดที่หนาวเย็นเช่นเดียวกับคอนเซปต์ของกบฏ Clause ครับ ได้มีการออกแบบออกมาโดยใช้สีม่วงเป็นสีหลักเช่นเดียวกับกบฏ Clause ครับ 

นอกจากนั้น การออกแบบของอาวุธ 5 ดาว และการออกแบบของอาวุธเฉพาะนั้นไม่เหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองเป็น Galicta เหมือนกัน โดยอาวุธเฉพาะจะเป็นรูปแบบที่พัฒนามาจากอาวุธ 5 ดาวครับ


Part 3. การวางแผน
“การต่อสู้ของกบฏ Clause”
กบฏ Clause คือนักรบกายภาพครับ 
ในการเปลี่ยนแปลง Clause จากเดิมที่เป็นอัศวินมาเป็นนักรบนั้น ได้รับผลมาจากคอนเซปต์ของตัวละครมากกว่าระบบการต่อสู้หรือเหตุผลเรื่องบาลานซ์ครับ จากเดิมที่เคยเป็นอัศวินที่คอยปกป้องคนอื่น แต่ในครั้งนี้มีความแตกต่างออกไปโดยที่ทิ้งโล่และจับ Galicta ที่คอยกลืนกินพลังชีวิตของผู้ถือขึ้นมา เพื่อทำตามเป้าหมายของตัวเอง จึงออกมาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและไม่หลงเหลือภาพพจน์ของอัศวินครับ
เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์นั้น จึงทิ้งเอฟเฟกต์ที่เป็นการปกป้อง และออกแบบกบฏ Clause ให้มีสกิลที่สร้างความเสียหายแทน รวมถึงมีโครงสร้างสกิลไปทางการโจมตีด้วยครับ ในการจัดทำ Galicta ให้ตรงคอนเซปต์ดาบที่กลืนกินชีวิตก็ได้วางให้เอฟเฟกต์ของอาวุธเฉพาะใช้พลังชีวิตของผู้ใช้สกิล แต่ว่าก็ทำให้ผู้ใช้สกิลค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น และโจมตีศัตรูด้วยความเสียหายที่มากขึ้นแทนการลดเอฟเฟกต์ที่เกี่ยวกับการป้องกันครับ


Part 4. ส่งท้าย
ในระหว่างที่เตรียมเนื้อเรื่องแชปเตอร์ 10 และอัปเดต Rebellion ก็รู้สึกว่ากบฏ Clause คือไพ่ไม้ตายครับ นอกจากจะเปลี่ยนบรรยากาศอย่างมากแล้ว ความรู้สึกและลักษณะของตัวละครก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วย และก็เปลี่ยนจากอัศวินเป็นนักรบอีก จึงเป็นห่วงนิดหน่อยว่า เหล่านักรบจะดูออกรีเปล่า หลังจากอัปเดต มีเหล่านักรบที่รอคอยการปล่อยตัวของกบฏ Clause ทางเราก็รู้สึกดีเป็นอย่างมากที่สามารถเปิดตัวให้ได้พบกับทุกท่านแบบนี้ครับ
และทางเราคิดว่าสำหรับกบฏ Clause นั้น เนื้อเรื่องในแชปเตอร์ 10 อย่างเดียวดูจะไม่เพียงพอ จึงมีกำหนดการที่จะอัปเดตเนื้อเรื่องและดันเจี้ยนวีรบุรุษที่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างละเอียดมากขึ้นด้วยครับ ในดันเจี้ยนวีรบุรุษจะสามารถรับฟังเรื่องราวของ Clause ได้มากขึ้น ยังไงก็ขอฝากติดตามด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

Comment