[โน๊ตของ GM] เบื้องหลังการพัฒนา Riheet & Ripine

──────────────────────────────

Part 1. การจัดทำ

“Riheet และ Ripine ตัวเอกของแอนิเมชั่น [KING’s RAID : เหล่าผู้สืบสานประสงค์]”

แอนิเมชั่น [KING’s RAID : เหล่าผู้สืบสานประสงค์] ที่มีต้นฉบับมาจากเกม King’s Raid นั้น กำลังออกอากาศอยู่ในหลายประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ได้ออกอากาศเป็นแอนิเมชั่นแล้ว แต่ยังมีตัวละครที่ยังไม่ได้ปรากฏตัวในเกม นั่นก็คือตัวละครหลักของแอนิเมชั่น Riheet และ Ripine นั่นเองครับ

หลังการจัดทำและออกอากาศแอนิเมชั่นแล้ว เราก็ได้ตัดสินใจเลือกตัวละครดั้งเดิมมาเป็นตัวละครเอก และเริ่มวางแผนทำงานร่วมกันระหว่างทีมเกมกับแอนิเมชั่นกันที่สตูดิโอของ King’s Raid และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการปรากฏตัวของ Riheet และ Ripine ในเกมนั่นเองครับ ดังนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมงาน เพื่อทำให้ตัวละครในแอนิเมชั่นมีชีวิตจริงขึ้นมาในเกมครับ

“จากตัวละครแอนิเมชั่นสู่เกม”

ขั้นตอนแรกของการสร้างตัวละครก็คือ ‘แผนการจัดทำ’ ของทีมเนื้อเรื่องครับ การหาคอนเซ็ปต์เบื้องต้นของตัวละคร การเสริมรายละเอียด และการสร้างเนื้อเรื่องภูมิหลัง คือการเริ่มต้นของการสร้างตัวละครครับ แต่สำหรับ Riheet และ Ripine นั้น แผนการจัดทำเหล่านี้ได้ถูกดำเนินการมาตั้งแต่การทำแอนิเมชั่นแล้วเรียบร้อย ทำให้ทีมเนื้อเรื่องที่ต้องรับผิดชอบงานแรกของขั้นตอนการสร้างตัวละครนั้น ต้องทำงานด้วยวิธีการที่ต่างออกไปจากตัวละครอื่นๆ ครับ

ก่อนอื่นจึงตั้งเป้าหมายที่จะคงคาแรกเตอร์ไว้ให้ใกล้เคียงกับในแอนิเมชั่นมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าตัวละคร Riheet และ Ripine จากในแอนิเมชั่นและเกมนั้นเป็นตัวละครตัวเดียวกันครับ และแน่นอนว่าเพื่อให้สามารถทำตามเป้าหมายได้ ก็ต้องทำความเข้าใจตัวละคร Riheet และ Ripine จากแอนิเมชั่นให้ดีเลยครับ ผมจึงได้รับข้อมูลและปรึกษากับทางทีมสร้างแอนิเมชั่น รวมถึงดูแอนิเมชั่นด้วยตนเอง เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละครให้มากขึ้นครับ

แต่ก็ติดปัญหาอยู่อย่างนึงครับ เนื่องจากโลกทัศน์ของแอนิเมชั่นนั้นถูกดัดแปลงมาจากโลกทัศน์ของเกม เลยทำให้มีส่วนที่แตกต่างกันอยู่บ้าง เป็นเพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของเกมและแอนิเมชั่นที่ถูกสร้างขึ้นมาให้แตกต่างกันได้ยังไงล่ะครับ ดังนั้นจึงได้เลือกใช้คอนเซ็ปต์ที่บอกว่า Riheet และ Ripine ที่ปรากฏตัวในเกม ‘มาจากโลกในมิติอื่น’ นั่นเองครับ การจัดทำแบบนี้จึงทำให้สามารถคงคาแรกเตอร์จากแอนิเมชั่นเอาไว้ได้ และสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางโลกทัศน์ได้อีกด้วยครับ ในการสร้าง Riheet และ Ripine นั้น นอกจากจะต้องคงคาแรคเตอร์จากแอนิเมชั่นเอาไว้ให้ได้แล้ว ก็ยังต้องคำนึงถึงความเข้ากันกับเกม King’s Raid ให้ได้ด้วยนะครับ

“ผู้สาบานว่าจะแก้แค้น Orvelia ได้พบกับ Orvelia แห่งใหม่ที่ต่างไปจากเดิม”

ในโลกของเกมนั้น เมื่อ 100 ปีก่อน ราชา Kyle ล้มดาร์คลอร์ด Angmund ได้สำเร็จในสงครามปีศาจ แต่ในโลกของแอนิเมชั่นนั้น มีเนื้อเรื่องอื่นๆ ที่เพิ่มเติมมาด้วย นั่นก็คือเนื้อหาที่เกี่ยวกับบาปของเอลฟ์มืด Illya ที่สบประมาทเทพธิดา เพราะความผิดบาปของ Illya จึงทำให้เหล่าเอลฟ์มืดที่อาศัยอยู่ใน Orvelia ถูกกดขี่ข่มเหงมาอย่างยาวนานต่อเนื่องกว่า 100 ปี ซึ่งนั่นก็ทำให้สองพี่น้อง Riheet และ Ripine ได้เห็นเหตุการณ์ที่พ่อแม่ของตนถูกเหล่าทหารของ Orvelia สังหารต่อหน้าต่อตาในตอนที่ยังเป็นเด็ก เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ทั้งสองพี่น้องที่เติบโตขึ้นมาจึงได้วางแผนที่จะแย่งชิงอำนาจของ Orvelia ด้วยการตัดบ่วงโซ่ที่ผูกมัดพวกเขามาอย่างยาวนาน ทั้งความแค้นที่มีต่อ Orvelia และการแบ่งแยกที่มีต่อเหล่าเอลฟ์มืด

แต่นั่นก็เป็น Orvelia ในโลกใบเก่าที่ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว สองพี่น้องที่ได้ข้ามมายัง Orvelia ของโลกใบอื่น กลับต้องพบเจอกับความสับสน หลังจากได้เห็น Orvelia ที่แตกต่างออกไปจากเดิม ถึงแม้ลักษณะภายนอกจะดูคล้ายกันมาก แต่กลับไม่มีเรื่องของการดูถูกแบ่งแยก หรือการกดขี่ข่มเหงเลย จนทำให้พวกเขากลัดกลุ้มใจว่าควรจะต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไรดี

ส่วนเรื่องราวหลังจากนี้ เราได้เตรียมเอาไว้ในดันเจี้ยนวีรบุรุษแล้วครับ ฝากติดตามหลังการอัปเดตกันด้วยนะครับ

“คอนเซ็ปต์อาวุธเฉพาะของ Riheet และ Ripine”

สำหรับ Riheet และ Ripine ในแอนิเมชั่น จะไม่ได้มีอาวุธที่พิเศษพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นอาวุธเฉพาะ แต่ในส่วนของเกมนั้น ทั้งสองจำเป็นต้องมีอาวุธเฉพาะอันแข็งแกร่งที่มีภูมิหลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าวีรบุรุษคนอื่นและมีพลังมากเพียงพอครับ

เอลฟ์มืดใน King’s Raid มีความเกี่ยวข้องกับพระจันทร์มาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวทมนตร์แสงจันทร์หรืออาวุธที่สร้างขึ้นตามลักษณะรูปร่างของพระจันทร์ ตัวอย่างเช่น อาวุธของ El Rosed ที่มีรูปร่างแบบพระจันทร์ข้างขึ้น หรือใบดาบโค้งของเหล่านักดาบเอลฟ์มืดทั้งหลาย

ทำให้มีการตั้งคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับพระจันทร์ไว้เป็นเงื่อนไข และสร้างอาวุธเฉพาะให้กับ Riheet และ Ripine ขึ้นมานั่นเองครับ สำหรับ Riheet ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เอ่อล้น เราได้เลือกดาบธีมพระจันทร์แสงมืด ส่วน Ripine ที่มีนิสัยนิ่งๆ และเงียบขรึมนั้น จะเลือกเป็นดาบธีมพระจันทร์สีเงินที่สุขุมลุ่มลึกครับ และในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีลักษณะที่เหมาะสมกับทั้งสองที่ข้ามมาจากโลกอื่นด้วย เรื่องราวในส่วนนี้ก็จะปรากฏในดันเจี้ยนวีรบุรุษอย่างละเอียดเช่นกันครับ ยังไงก็ขอให้ช่วยติดตามกันเยอะๆ ด้วยนะครับ

“TMI ของสองพี่น้อง”

เมื่อสองพี่น้องได้เข้ามาอยู่ในเกมจริงๆ ก็มีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยในทุกด้าน เพราะเราคิดว่าการที่ค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลทีละนิดๆ น่าจะทำให้สนุกกว่าครับ

Riheet มีฝีมือในการทำอาหารดีพอสมควร และชอบดูแลผู้อื่น ตอนเป็นเด็ก เขาได้ดูแล Ripine ผู้เป็นน้องอยู่เสมอ จึงพลอยให้เขาได้พัฒนาสกิลการทำอาหารไปโดยปริยาย  ส่วน Ripine เองก็ได้เรียนรู้การทำอาหารหลายอย่างจาก Riheet ถึงฝีมือจะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบฝีมือกับพี่ชายของเธอได้

Ripine ชอบหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ถ้าหากไม่ได้จับดาบ เธอก็คงไปเป็นนักวิชาการ หรือไม่ก็นักเขียนนิยายแล้วล่ะครับ ถึงเธอจะมีฝีมือทางด้านการเขียน และตอนนี้ก็ยังเขียนบทความอยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่เพราะมัวแต่ฝึกดาบตามพี่ชาย เลยทำให้งานเขียนกลายเป็นแค่งานอดิเรกไป

ถ้าจะให้เปรียบเทียบถึงความสามารถในการต่อสู้ของทั้งสองพี่น้องแล้ว ก็พูดได้เลยว่า Riheet นั้นแข็งแกร่งกว่าครับ แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว หากพูดถึงทักษะในการใช้ดาบเพียงอย่างเดียวนั้น ดูเหมือน Ripine จะมีฝีมือมากกว่านะครับ พูดอีกทีก็คือ ในด้านของสมรรถภาพร่างกาย Riheet จะมีความแข็งแกร่งกว่า แต่ในส่วนของความประณีตและความละเอียดแม่นยำในการใช้ดาบ Ripine จะทำได้ดีกว่านั่นเองครับ

สมมุติว่าถ้าสองพี่น้องเติบโตมาจาก Orvelia ในเกมที่ไม่มีการดูถูกแบ่งแยกจะเป็นยังไงนะ บางทีอาจจะได้พัฒนาความสามารถของแต่ละคนและกลายเป็นดาวรุ่งที่อนาคตสดใสเลยก็เป็นได้ครับ สำหรับ Riheet ด้วยภาวะความเป็นผู้นำแต่กำเนิด และมีร่างกายที่แข็งแรงกำยำ จึงทำให้เขาได้เป็นสมาชิกหน่วยอัศวินผู้พิทักษ์ เพื่อปกป้องดูแลเหล่าประชาชนและช่วยเหลือผู้คนทั้งหลาย ในขณะที่ Ripine ที่มีความสามารถทางด้านการเขียน ก็จะกลายเป็นนักเขียนนิยายที่เติมเต็มชีวิตของใครอีกหลายๆ คนให้สมบูรณ์ได้ หรือบางทีอาจจะเขียนเรื่องราวจากการเก็บข้อมูลเรื่องการผจญภัยของ Riheet ด้วยก็ได้นะครับ

รายละเอียดของตัวละครเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ก็จะมีให้ได้ติดตามกันต่อไปภายในเกมครับ

Part 2. งานอาร์ต

“ภาพต้นแบบของ Ripine”

คอสตูม 5 ดาวของ Riheet และ Ripine ได้ใช้แบบตามในแอนิเมชั่นเลยครับ เพราะมีการจัดทำในแอนิเมชั่นอยู่แล้ว จึงสามารถทำแบบจำลองตามได้เลย โดยไม่ต้องสร้างภาพต้นแบบใหม่ครับ ดังนั้นครั้งนี้ก็เลยคิดว่าจะเน้นพูดถึงเรื่องคอสตูมลิมิเต็ดเป็นพิเศษแทนครับ

โดยเราได้เริ่มจากการทำภาพต้นแบบคอสตูมลิมิเต็ดของ Ripine ก่อนครับ เราค่อนข้างกังวลมากว่าจะดัดแปลงการออกแบบที่คนอื่นทำไว้สมบูรณ์แล้วได้ยังไง ความจริงแล้วในการทำงานครั้งนี้ ระดับความยากไม่ใช่เรื่องหนักใจเท่ากับการที่ต้องทำงานต่อจากงานที่คนอื่นได้ออกแบบมาแล้วครับ เพราะจะต้องไม่ทำให้งานเดิมเสีย และต้องทำให้ออกมาดีขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ ^^;

สำหรับการออกแบบคอสตูมลิมิเต็ดของ Ripine ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากในแอนิเมชั่นมาก และออกแบบให้รู้สึกเหมือนเป็นการอัปเกรดขึ้นมาอีกขั้นครับ เพื่อไม่ให้ภาพเงาโดยรวมเปลี่ยนไปมาก จึงพยายามรักษาสภาพเดิมของถุงมือ รองเท้าบูทและกระโปรงที่มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะเอาไว้ และปรับโดยเพิ่มรายละเอียดโดยรวมเข้าไปครับ

เลยได้ลองทำแบบร่างขึ้นมาหลายๆ แบบครับ ภาพทางซ้ายสุดด้านบนเป็นแบบจากในแอนิเมชั่น ส่วนแบบร่างอันแรกจากทางขวา ก็คือเวอร์ชั่นที่ทำให้ใกล้เคียงกับแอนิเมชั่นมากที่สุด และแบบร่างอันที่สามคือแบบร่างที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะขึ้นมาหน่อยครับ ในแอนิเมชั่นค่อนข้างนำเสนอให้ออกมาดูเรียบง่ายมากกว่าเมื่อเทียบกับในเกมที่มีลักษณะเฉพาะ ดังนั้นถ้าจะทำให้ใกล้เคียงกับแอนิเมชั่นมากขึ้น ก็อาจจะรู้สึกว่าเรียบไปหน่อย แต่ถ้าเปลี่ยนมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ดูต่างไปจาก Ripine ที่พวกเราเคยรู้จักได้ครับ ดังนั้นสุดท้ายแล้วจึงได้เลือกเป็นแบบร่างที่สองที่อยู่ตรงกลางนั่นเองครับ

จากขั้นตอนนี้จู่ๆ ก็คิดได้ว่า ‘หรือนี่จะเป็นแค่การเพิ่มความสมบูรณ์ของรายละเอียดหรือเปล่านะ’ อยู่เหมือนกันครับ ผมจึงคิดว่าถ้าจะมายัง Orvelia  โฉมใหม่ทั้งที ก็น่าจะลองปรับสีสันให้เข้ากับบรรยากาศของเกมหน่อยน่าจะดีกว่าครับ

ผมเลยคงดีไซน์นั้นไว้ แล้วลองเปลี่ยนสีเสื้อผ้าและกระโปรงเป็นหลายๆ สีดูครับ เวลาที่นึกถึงโทนสีผิวหรือสีผมของ Ripine ก็น่าจะเหมาะกับเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงินหรือสีม่วง จึงได้เปลี่ยนจากเดิมที่เป็นสีดำให้เป็นสีม่วงที่อ่อนลงมาตามแบบร่างทางด้านขวาสุดครับ เนื่องจากเสื้อผ้าก็เป็นสีม่วงเหมือนกัน เลยกลัวว่าสีสันทั้งหมดที่ใช้กับ Ripine จะกลายเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วงหมด ทางเราจึงใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสีสัน เพื่อไม่ให้ดูเป็นโทนสีเดียวกันไปหมดทั้งตัวด้วยครับ

“ภาพต้นแบบของ Riheet”

เนื่องจากภาพต้นแบบคอสตูมลิมิเต็ดของ Ripine ได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ตั้งคอนเซ็ปต์ขึ้นมาตั้งแต่ในขั้นตอนนั้น จึงทำให้การทำภาพต้นแบบของ Riheet นั้นง่ายกว่าครับ 😀 ในการออกแบบของ Riheet เราก็ได้เพิ่มการตกแต่งเสื้อผ้า เพื่อรักษาดีไซน์ในแอนิเมชั่นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และทำให้เข้ากับตัวละครอื่นๆ ใน King’s Raid เช่นกันครับ โดยอิงจากดีไซน์ของ Ripine และทำให้บางส่วนของชุด อย่างเครื่องประดับรูปพระจันทร์ เครื่องประดับบ่า เครื่องประดับเข็มขัดต่างๆ ไปในทางเดียวกัน ให้ดูเป็นเหมือนเซ็ตเสื้อผ้าของพี่น้องครับ ระหว่างที่ออกแบบไปก็คิดไปด้วยว่าถ้า Riheet ‘เป็นตัวละครใน King’s Raid มาตั้งแต่แรกจะเป็นยังไงนะ’

อย่างที่เห็นกันในแบบร่างด้านบน ส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดของคอสตูมลิมิเต็ดของ Riheet ก็คือทรงผมนั่นเองครับ ถึงผมยาวจะเป็นเหมือนกับจุดขายของเขาเลยก็ว่าได้ แต่ผมคิดว่าผมสั้นก็น่าจะทำให้เขาดูมีเสน่ห์มากเช่นกัน และทีมงานท่านอื่นๆ ก็เห็นด้วยเหมือนกันครับ

“ภาพประกอบของ Riheet และ Ripine”

ก่อนอื่นเรามาเริ่มพูดถึงภาพประกอบ 5 ดาวกันก่อนเลยดีไหมครับ สำหรับภาพประกอบของ Riheet และ Ripine นั้นได้มีการออกแบบให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของสองตัวละคร จึงได้ออกแบบภาพประกอบเป็นเซ็ตครับ เพื่อไม่เป็นการยืดเยื้อ งั้นจะขอพูดถึงในส่วนของแบบร่างก่อนเลยนะครับ

ภาพลักษณ์ 5 ดาวของสองพี่น้อง จะคงความเรียบง่ายไว้ให้เหมือนกับในแอนิเมชั่น จึงทำให้ค่อนข้างแตกต่างกับตัวละครอื่นใน King’s Raid ที่มีเครื่องประดับหรูหราเยอะครับ ดังนั้นเราจึงเน้นไปที่ลักษณะของตัวละคร เช่น รูปร่าง การเคลื่อนไหว และสีหน้าเป็นพิเศษครับ

โดยแบบร่างแต่ละอันจะมีการแบ่งคอนเซ็ปต์กันอย่างชัดเจนครับ สำหรับแบบร่างแรกจะให้ความรู้สึกนิ่งๆ ในขณะที่แบบร่างที่สองจะรู้สึกว่ามีชีวิตชีวากว่าครับ พอลองนึกถึงตอนสร้างสองพี่น้องคู่นี้ขึ้นมา ก็เลยคิดว่าลักษณะที่ดูเหมือนกำลังรวมพลังและช่วยกันต่อสู้นั้นน่าจะเหมาะกว่า จึงตัดสินใจเลือกแบบร่างที่สองครับ รวมถึงแบบร่างที่สองยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นแอนิเมชั่นได้มากกว่าด้วยครับ 😀

นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ลองออกแบบภาพประกอบเป็นเซ็ตของสองตัวละครที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน จึงค่อนข้างยากมากครับ ทำให้เราตื่นเต้นมากว่าผลตอบรับจากเหล่านักรบ หลังจากที่ได้เห็นภาพประกอบเป็นครั้งแรกจะเป็นยังไงครับ

จนถึงตอนนี้เราก็ได้แนะนำภาพต้นแบบคอสตูมลิมิเต็ดกันไปแล้ว และถ้าไม่พูดถึงภาพประกอบ ก็คงจะน่าเสียดาย เลยจะขอพูดถึงภาพประกอบของคอสตูมลิมิเต็ดเป็นพิเศษด้วยครับ ส่วนของภาพประกอบคอสตูมลิมิเต็ดก็จะออกแบบเป็นเซ็ตของสองพี่้น้องเช่นกันครับ

ในขั้นตอนของการออกแบบภาพประกอบ ทางเราได้พยายามที่จะทำให้เหล่านักรบที่เล่น King’s Raid อยู่แล้วไม่รู้สึกขัดตาและรับได้กับภาพประกอบ และในขณะเดียวกันก็พยายามทำให้เหล่านักรบที่ได้รับชมแอนิเมชั่นมาก่อน แล้วจึงเข้ามาเล่นเกมใหม่ได้รู้สึกถึงภาพลักษณ์ใหม่ของ Riheet และ Ripine ที่เข้ากับเกมได้เป็นอย่างดีครับ

ถ้าเทียบกับคอสตูม 5 ดาวที่ได้ใช้แบบตามแอนิเมชั่นแล้ว ดีไซน์ของคอสตูมลิมิเต็ดจะใกล้เคียงกับบรรยากาศของเกม King’s Raid มากกว่า ซึ่งหลักสำคัญนี้ก็ถูกนำมาใช้กับภาพประกอบเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับภาพประกอบ 5 ดาว จึงให้ความรู้สึกที่ชินตามากกว่านั่นเองครับ

“แบบจำลอง 3D ของ Riheet”

สิ่งแรกที่เราทำคือแบบจำลองดีไซน์ 5 ดาวครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ทำแบบจำลองโดยใช้ภาพต้นแบบที่ไม่ได้มาจากฝีมือของทีมภาพต้นแบบ King’s Raid และไม่ใช่ภาพต้นแบบที่ใช้ในเกมโดยเฉพาะ เลยทำให้อัตราส่วนของใบหน้าหรือร่างกายมีความแตกต่างกับตัวละครอื่นๆ ในเกมมาก รวมไปถึงบรรยากาศโดยรวมด้วยครับ ทำให้การปรับเพื่อไม่ให้แตกต่างจากตัวละครอื่นในเกมมากจนเกินไปกลายเป็นงานที่สำคัญมากๆ เลยล่ะครับ เราจึงได้เริ่มออกแบบเพื่อให้ไม่ต่างจากแบบพิมพ์ของตัวละครในเกมมากจนเกินไป และไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเมื่อมองในเกมครับ

สำหรับแบบจำลองใบหน้าได้อ้างอิงตามภาพต้นแบบของคอสตูมลิมิเต็ด จึงให้ความรู้สึกที่สุขุมลุ่มลึกและดูเท่ พร้อมกับเสริมคิ้วและปากให้ชัดขึ้น แล้วถ่ายทอดให้เห็นถึงลักษณะนิสัยอันอ่อนไหวอย่างที่เคยแสดงให้เห็นในแอนิเมชั่นครับ ในระหว่างที่ออกแบบก็พบว่าโทนสีม่วงของผมและผิวมีความสว่างที่ใกล้เคียงกัน ทำให้แยกไม่ค่อยออกครับ ดังนั้นเราจึงใส่ใจในการปรับความสว่างเพื่อไม่ให้ดูแตกต่างจากแอนิเมชั่นหรือภาพประกอบจนเกินไป แทนการปรับสีผิวเดิมให้อ่อนลง พร้อมกับปรับความสว่างให้เข้ากับสีผมด้วยครับ สิ่งสำคัญคือต้องไม่ทำให้สีผิวมืดจนเกินไป และยังต้องทำให้แตกต่างกับสีผมอยู่นั่นเองครับ

ในส่วนของเสื้อผ้านั้น เนื่องจากดีไซน์ของ 5 ดาวค่อนข้างเรียบมาก จึงเติมรอยยับย่นของเสื้อเพิ่มเข้าไปเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ดูเรียบจนเกินไปครับ  ส่วนคอสตูมลิมิเต็ดนั้น ถ้าเทียบกับ 5 ดาวแล้ว จะมีเครื่องประดับเยอะกว่ามาก เราจึงอยากจะโชว์ให้เห็นความแตกต่างนี้อย่างชัดเจน โดยการประดิษฐ์เครื่องประดับเล็กๆ แบบแฮนด์เมดที่สามารถแสดงให้เห็นได้ด้วยวิธี Mapping แล้วทำให้เป็นสามมิติครับ

เนื่องจากเป็นตัวละครที่เป็นฝาแฝดกับ Ripine จึงใส่เสื้อผ้าโทนสีคล้ายๆ กัน ทำให้เราต้องเทียบทั้งสีผิว สีผม และสีเสื้อผ้ากันอยู่หลายหน แล้วปรับให้ไปในแนวทางเดียวกันครับ

“แบบจำลอง 3D ของ Ripine”

ส่วนใบหน้าของ Ripine นั้น เราได้โฟกัสไปที่การสร้างใบหน้าที่ยังคงภาพลักษณ์เท่ๆ เอาไว้ เพื่อให้เข้ากับอุปนิสัยของตัวละคร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังต้องสามารถมอบภาพลักษณ์ของน้องสาวที่คอยติดตามพี่ชายให้ได้ด้วยครับ

เราจึงออกแบบให้คงภาพลักษณ์ที่เย็นชาไร้อารมณ์ของภาพต้นแบบที่มีดวงตาที่ดูเยือกเย็น มีคิ้วบางๆ และมุมปากที่ตกลงมา รวมถึงทำให้ดูเด็กลงด้วยการออกแบบให้มีแก้มและวาดเส้นช่วงปลายคางให้ชัด เพื่อให้กลายเป็นใบหน้าที่มีเสน่ห์ด้วยครับ

หากลองพิจารณาที่สรีระร่างกายเป็นลำดับถัดมา จะเห็นว่าเราไม่ได้ใส่เส้นเว้าเส้นโค้งมากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ส่วนหน้าอกดูโดดเด่นขึ้นมา พร้อมออกแบบให้กล้ามเนื้อน่องดูแน่นกระชับ และเน้นกล้ามเนื้อให้ชัดด้วยการ Mapping ครับ จึงพยายามออกแบบให้เป็นหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มที่ถึงแม้จะผอม แต่ก็ดูไม่อ่อนแอนั่นเองครับ

เช่นเดียวกันกับ Riheet ที่เสื้อผ้า 5 ดาวไม่ได้มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษ และค่อนข้างมืด จึงอาจจะทำให้ดูเรียบไปหน่อย ดังนั้นเลยเน้นไปที่การออกแบบเค้าโครงโดยรวมเป็นหลักครับ โดยเฉพาะส่วนเงาของกระโปรง ที่ทางเราได้ทำการปรึกษากับทีมแอนิเมชั่น (โมชั่น) ด้วย เพื่อให้การเคลื่อนไหวทั้งแบบแรงๆ หรือแบบเบาๆ ของกระโปรงออกมาดูสวยงามครับ เราจึงได้ใส่รายละเอียดในส่วนรอยพับของผ้าที่ขยับไปตามสัดส่วนของร่างกายเป็นพิเศษครับ

และเนื่องจากสีหลักของชุดเป็นสีดำ เพื่อไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป เราจึงผสมหลากหลายสีสันลงไปในสีดำด้วยครับ ถึงแม้สีเสื้อด้านบนและกระโปรงจะเป็นสีดำเหมือนกัน แต่ก็ได้พยายามออกแบบให้มีความแตกต่างด้วยการใช้สีอื่นผสมเล็กน้อยครับ

“แอนิเมชั่นของ Riheet และ Ripine (โมชั่น)”

เนื่องจาก Riheet และ Ripine เป็นตัวเอกจากแอนิเมชั่น จึงอยากลองใส่ความรู้สึกของความเป็นตัวเอกให้เหมือนกับ Kasel และ Frey ลงไปครับ นอกจากนั้นทั้งคู่ยังเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน จึงลองใช้คอนเซ็ปต์ที่ทำให้สามารถมอบความรู้สึกของการรวมพลังกันผ่านโมชั่นได้อีกด้วยครับ

ผมคิดว่าโมชั่นที่ถ่ายทอดความเป็นตัวตนของสองคนนี้ได้ดียิ่งกว่าโมชั่นไหนๆ คงหนีไม่พ้นโมชั่นของการโจมตีประสานนั่นเองครับ แต่เดิมก็เคยมีซีนที่ Sonia และ Mirianne ปรากฏตัวพร้อมกันจากคัตซีน แต่การใช้สกิลร่วมกันแบบนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยครับ ในส่วนของการเป็นผู้รับผิดชอบตัวละคร Riheet กับ Ripine นั้น แน่นอนว่าต้องได้ใช้ ‘วิธีการที่ได้ทดลองเป็นครั้งแรก’ และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลายร่วมกับหลายๆ ท่าน แล้วก็ (เต้นตามท่าฟิวชั่นของการ์ตูนเรื่องหนึ่งในเวลาประชุม…) พยายามกันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างโมชั่นให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างสวยงามครับ

และในระหว่างการสร้างโมชั่น ก็ยังมีส่วนที่ต้องระมัดระวังเล็กน้อย นั่นก็คือตัวละครที่เคยปรากฏตัวในแอนิเมชั่นมาแล้วนั่นเองครับ เวลาที่สร้างโมชั่นของตัวละครอื่นๆ ก็มักจะถามกันว่า ‘โมชั่นแบบนี้เป็นยังไง แล้วโมชั่นแบบนั้นล่ะดีไหม’ พร้อมกับจินตนาการต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แล้วก็ทดลองทำโมชั่นหลายๆ แบบ แต่ในกรณีของ Riheet กับ Ripine ไม่ง่ายแบบนั้นเลยครับ เพราะคงจะมีหลายท่านที่ได้เห็นท่าทางการต่อสู้ผ่านแอนิเมชั่นแล้ว ก็เลยมีความกังวลเล็กๆ ว่า ‘ถ้าเกิดสร้างโมชั่นขึ้นมาแล้วไม่เข้ากับตัวละครล่ะจะทำยังไง’ หลังจากแอนิเมชั่นออกอากาศ เราจึงพยายามอย่างเต็มที่โดยการอิงจากแอนิเมชั่นให้มากที่สุด เพื่อเติมสีสันให้กับเกมครับ เพราะท่าทางของทั้งคู่ที่ได้โลดแล่นมีชีวิตชีวาในฐานะตัวเอกจากแอนิเมชั่นนั้นได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเอาไว้มาก เราจึงยิ่งตั้งใจพยายามเพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาผ่านทางเกมได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยครับ

“เอฟเฟกต์ของ Riheet และ Ripine”

เพื่อเน้นความเป็นพี่น้องของ Riheet และ Ripine ให้ชัดเจน เลยตั้งใจใช้เอฟเฟกต์ของรอยดาบให้ออกมาคล้ายๆ กันครับ แต่เนื่องจากวิธีการต่อสู้ และวิธีการโจมตีของทั้งคู่แตกต่างกัน จึงเลือกใช้สีและปัจจัยองค์ประกอบต่างๆ ให้แตกต่างกันเพื่อแยกระหว่างทั้งสองคนครับ ก่อนอื่นก็ได้ออกแบบให้ Riheet ที่มีวิธีการโจมตีที่เน้นกำลังและความเร็วเป็นหลักให้รู้สึกว่าช้าลงและมีน้ำหนักมากขึ้นครับ

ในขณะที่ Ripine ที่เน้นทักษะและความเร็วในการโจมตีเป็นหลัก ก็ได้พยายามออกแบบให้ดูว่องไวและประณีตบรรจงกว่า

สกิลที่ 1 ทางด้านบนได้ใช้ทอร์นาโดเป็นหลักเพื่อสามารถเน้นย้ำให้รู้สึกถึงความเร็วได้ ส่วนสกิลที่ 3 ก็ได้ใช้เอฟเฟกต์ภาพติดตาเป็นหลักเพื่อทำให้รู้สึกถึงความเร็วได้เช่นกันครับ

นอกจากนั้น Riheet และ Ripine ยังมีสกิลที่เป็นการโจมตีประสานอยู่ด้วย ทางเราจึงได้พยายามอย่างมากเพื่อให้ทั้งสองมีความกลมกลืนกัน แต่ก็ยังสามารถแยกตัวละครได้ด้วยสายตาอย่างชัดเจนครับ ถึงทีมที่ดูแลเรื่องเอฟเฟกต์ของ Riheet และ Ripine จะเป็นคนละทีมกัน แต่เพราะสกิลการโจมตีประสาน จึงทำให้ต้องพูดคุยและปรึกษากันบ่อยขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์การทำงานที่ทั้งแปลกใหม่และสนุกมากครับ

Part 3. การวางแผน

“การต่อสู้ของ Riheet และ Ripine”

Riheet เป็นวีรบุรุษนักรบเวทมนตร์ ส่วน Ripine เป็นวีรบุรุษมือลอบสังหารเวทมนตร์ครับ

ทั้ง Riheet และ Ripine จะถูกอัปเดตพร้อมกันทั้งคู่ และถูกวางบทบาทให้เป็นพี่น้องกัน จึงทำให้เราวางแผนโดยเน้นไปที่เอฟเฟกต์ที่สามารถโชว์การประสานพลังเมื่อใช้งานทั้งสองพร้อมกันได้ครับ ดังนั้นครั้งนี้จึงนำไอเดีย ‘การโจมตีประสาน’ เข้ามาใช้ใน King’s Raid เป็นครั้งแรก ซึ่งจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อใช้งาน Riheet และ Ripine พร้อมกันจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ครับ นอกจากการโจมตีประสานแล้ว ยังอยู่ในระหว่างวางแผนเพื่อทำให้การโจมตีประสานมีทางเลือกผ่านทางการควบคุมต่างๆ เช่น เมื่อคนใดคนหนึ่งกำหนดสัญลักษณ์ไว้ที่เป้าหมาย อีกคนหนึ่งก็จะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเป้าหมายเดียวกันโดยอัตโนมัติ

แต่เพราะจุดเด่นเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้เราต้องตั้งใจทำงานให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจว่า ‘ถ้าไม่ใช้สองคนพร้อมกันแล้วประสิทธิภาพจะไม่ดี’ และเพื่อให้สามารถคงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนเอาไว้ได้นั่นเองครับ

Part 4. ส่งท้าย

นับเป็นครั้งแรกที่ King’s Raid นำตัวละครจากแอนิเมชั่นเข้ามาปรากฏตัวในเกมเลยก็ว่าได้ครับ  เพราะเป็นการนำตัวละครที่มีการจัดทำหรือออกแบบไว้แล้วจากแอนิเมชั่นมาเปิดตัวเป็นวีรบุรุษ จึงทำให้วิธีการทำงานในครั้งนี้ที่ต่างจากปกติค่อนข้างจะแปลกใหม่นิดหน่อยครับ ^^; ในส่วนของการจัดทำได้คงแบบเดิมของตัวละครเอาไว้ จึงไม่ได้มีจุดที่ยากมาก แต่ในส่วนที่จะทำให้เอลฟ์มืดสองคนที่เข้ามายังโลกนี้กลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องของดันเจี้ยนวีรบุรุษได้นั้น เป็นส่วนที่ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเลยครับ และยังมีความกดดันจากการออกแบบงานอาร์ตต่อจากงานออกแบบที่ท่านอื่นได้ทำไว้ก่อนแล้ว และการต้องทำแบบจำลองตามภาพต้นแบบจากแอนิเมชั่นด้วยครับ แต่ก็ถือว่าการนำตัวละครจากแอนิเมชั่นมาไว้ในเกมเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสนุกมากๆ เลยล่ะครับ

และตอนนี้ Riheet กับ Ripine ที่ทุกท่านเคยรับชมผ่านแค่ทางหน้าจอโทรทัศน์เท่านั้น ก็พร้อมที่จะโลดแล่นในโลกของเกมผ่านมือของเหล่านักรบแล้วครับ สามารถรับชมเรื่องราวใหม่ๆ ของสองพี่น้องที่ได้พบเจอกับ Orvelia โฉมใหม่กันได้ที่ดันเจี้ยนวีรบุรุษเลยครับ

ฝากติดตามการอัปเดต Riheet และ Ripine กันด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

Comment